- กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) คืออะไร ?
- อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มีลักษณะไหนบ้าง ?
- กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากอะไร ?
- วิธีการรักษาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- ทำไมต้องผ่าตัด "แก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง" ที่ KOA Clinic
- เทคนิคผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ KOA Clinic
- ตารางเปรียบเทียบการผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- ภาพรีวิว Before/After ผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- รวมเรื่องต้องรู้ เกี่ยวกับโรค "กล้ามเนื้อตาอ่อนเเรง"
- FAQ
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เกิดจากอะไร เจาะลึกถึงอาการ พร้อมวิธีรักษากับหมอกร โคอาคลินิก
เทคนิคแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยจักษุแพทย์ผู้มีประสบการณ์
เคยสังเกตไหม ? ทำไมดวงตาของเราดูเล็ก ไม่สดใส หรือดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ทั้งที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้ เป็นไปได้ว่าเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อทั้งบุคลิกภาพและการมองเห็นโดยตรง
ที่ KOA Clinic (โคอา คลินิกเวชกรรม) เราเข้าใจปัญหาเรื่องดวงตาเป็นอย่างดี โดยมี หมอกร หรือ นพ. กนธร ปราณีประชาชน จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอย่างตรงจุด เพื่อให้คุณกลับมามีดวงตาที่สวยงาม สดใส และใช้งานได้ดีอีกครั้ง
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) คืออะไร ?
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือภาวะที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator Muscle) ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ ซึ่งโดยปกติแล้วขอบตาบนจะปิดตาดำไม่เกิน 1-2 มิลลิเมตร แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะนี้ ขอบตาบนจะปิดลงมามากกว่านั้น ทำให้ดวงตาดูปรือ เล็ก และไม่สดใส คล้ายคนง่วงนอนตลอดเวลา ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ และยังสามารถพบได้ในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่
อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มีลักษณะไหนบ้าง ?
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงสามารถสังเกตได้จากหลายอาการที่ส่งผลกระทบต่อทั้งรูปลักษณ์และการใช้ชีวิตประจำวัน หากพบอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุ เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงข้างเดียว
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงข้างเดียว เป็นลักษณะอาการที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เนื่องจากส่งผลให้ตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน โดยเปลือกตาข้างหนึ่งจะตกลงมาปิดตาดำมากกว่าอีกข้าง ทำให้ดวงตาดูเบี้ยวหรือไม่สมมาตร ส่งผลกระทบทำให้สูญเสียความมั่นใจในการสบตา และในบางกรณีอาจส่งผลต่อการกะระยะสายตาที่ผิดเพี้ยนไปอีกด้วย
ลืมตาไม่เต็มที่
อาการหลักของภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือการลืมตาได้ไม่เต็มที่ แม้จะพยายามเปิดตาอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ทำให้ตาดำถูกบดบังมากกว่าปกติ หากเป็นข้างเดียว จะเห็นได้ชัดว่าตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน แต่ถ้าเป็นทั้งสองข้าง ดวงตาจะดูปรือและเล็กทั้งคู่ ส่งผลให้ดูไม่สดใสและเสียบุคลิกภาพ
หนังตาตก ตาปรือ ตาดูง่วง
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมักมาพร้อมกับอาการหนังตาตก โดยเฉพาะในกรณีที่มีอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง หนังตาบนจะตกลงมาปิดตาดำจนบางครั้งอาจบดบังการมองเห็น ทำให้ต้องเงยหน้าหรือเลิกคิ้วเพื่อช่วยในการมองเห็นมากขึ้น ซึ่งอาการนี้อาจเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดหรือเป็นมากขึ้นตามอายุ
ขยี้ตาบ่อย
ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงบางรายอาจมีพฤติกรรมขยี้ตาบ่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเกิดจากความรู้สึกไม่สบายตา หรือพยายามกระตุ้นให้ตาเปิดได้เต็มที่ขึ้น แต่การขยี้ตาบ่อย ๆ กลับเป็นการทำร้ายเนื้อเยื่อรอบดวงตา ทำให้เปลือกตาหย่อนคล้อย และอาจทำให้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแย่ลงได้
เบ้าตาลึกกว่าปกติ ตาดูโหล
ในผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มักพบว่ามีเบ้าตาลึกกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากการที่เปลือกตาตกลงมาทำให้มองเห็นกระดูกเบ้าตาและร่องลึกเหนือเปลือกตาได้ชัดขึ้น อาการนี้ทำให้ใบหน้าดูโทรมและมีอายุมากกว่าความเป็นจริง ซึ่งในบางเคสอาจต้องพิจารณาแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมกับการเติมเต็มเบ้าตาให้ดูอิ่มขึ้น
มีปัญหาเรื่องเลิกหน้าผาก คิ้วสูงไม่เท่ากัน
เมื่อเปลือกตาตกลงมาบดบังการมองเห็น ร่างกายจะพยายามชดเชยด้วยการเลิกหน้าผากเพื่อยกคิ้วและเปลือกตาให้สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ พฤติกรรมนี้จะทำให้เกิดริ้วรอยบนหน้าผากก่อนวัยอันควร และอาจนำไปสู่อาการปวดศีรษะเรื้อรังได้ การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ต้นเหตุจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างถาวร
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากอะไร ?
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันไป และแต่ละสาเหตุต้องมีการการรักษาที่เหมาะสม
1. เป็นตั้งแต่เกิด
ภาวะนี้เกิดจากความผิดปกติในการพัฒนาของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงเท่าที่ควรและไม่สามารถยกเปลือกตาได้เต็มที่ บางคนอาจเป็นเพียงข้างเดียว หรือเป็นทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ซึ่งผู้ปกครองมักสังเกตเห็นอาการตาปรือหรือตาไม่เท่ากันได้ตั้งแต่เด็ก
2. เกิดจากความเสื่อม
เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายจะเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ รวมถึงกล้ามเนื้อยกเปลือกตาด้วย ภาวะนี้จึงมักพบได้ในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยจะสังเกตเห็นว่าตาเริ่มปรือและหนังตาตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้องใช้แรงในการลืมตามากขึ้น
3. โรคหรืออาการบาดเจ็บอื่น ๆ
นอกจากสาเหตุข้างต้นแล้ว กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงยังอาจเกิดจากโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น โรค Myasthenia Gravis หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุ การบาดเจ็บบริเวณรอบดวงตา รวมถึงพฤติกรรมการขยี้ตาแรง ๆ เป็นประจำ ซึ่งส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดการบาดเจ็บและอ่อนแรงลง
4. ผลข้างเคียงจากการทำตาสองชั้นที่ไม่เหมาะสม
การทำศัลยกรรมตาสองชั้นที่ไม่เหมาะสม เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาได้ เช่น การทำชั้นตาที่หนาเกินไปจนเปลือกตามีน้ำหนักมาก หรือการเกิดพังผืดที่ไปรั้งกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักและอ่อนแรงลงได้ ดังนั้น การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีเทคนิคการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่ต้นเหตุ จึงสำคัญมากในการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
5. พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
KOA Clinic ในฐานะคลินิกที่มีประสบการณ์เรื่องการรักษาปัญหาของตา ขอเน้นย้ำว่ากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่ได้เกิดจากอายุเสมอไป แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็เป็นตัวเร่งสำคัญ เช่น การใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 8-10 ชั่วโมงเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนาน ๆ หรือแม้แต่การขยี้ตาบ่อย (โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้) พฤติกรรมเหล่านี้จะรบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ทำให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ เสื่อมสภาพ และทำงานได้ไม่เต็มที่ในระยะยาว ก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตามมา
วิธีการรักษาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
แนวทางการรักษาที่ได้ผลดี สำหรับผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากสาเหตุข้างต้น คือการผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งเป็นการปรับกล้ามเนื้อตาให้สามารถยกเปลือกตาได้มากขึ้น ทำให้ดวงตาเปิดได้กว้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและช่วยแก้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้อย่างถาวร
ทำไมต้องผ่าตัด "แก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง" ที่ KOA Clinic
การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ด้วยวิธีการผ่าตัด โดยเทคนิคของ หมอกร จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตาของเรา สามารถมอบผลลัพธ์ที่แตกต่าง ดังนี้
- สามารถเปิดให้ตาดำโต ช่วยให้ตาสดใส เสริมสร้างบุคลิกให้ดูดีขึ้น
- แก้ไขได้ ทั้งเคสที่เป็นน้อย (ตาปรือไม่มาก) หรือเป็นรุนแรง (ตาปรือมากๆ จนมองไม่ชัด)
- ออกแบบการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละคน
การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ KOA Clinic เรามี 3 เทคนิคในการแก้ไขปัญหาตาปรือ ตาง่วง เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาได้ที่ต้นเหตุและเหมาะสมกับแต่ละคน
เทคนิคผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ KOA Clinic
เทคนิคผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงของ KOA Clinic มี 3 วิธี ดังนี้
1. เทคนิคผ่าตัดแบบ เปิดแผลด้านนอก
- ออกแบบชั้นตาขึ้นมาใหม่ ให้เหมาะสมกับแต่ละคน
- เปิดแผลจากด้านนอก ผ่านผิวหนังไปชั้นกล้ามเนื้อตา
- ปรับการทำงานของกล้ามเนื้อตา เพื่อให้มีแรงเปิดตามากขึ้น
- เย็บสร้างชั้นตาให้สวยงาม
- หากมีภาวะเบ้าตาลึก อาจพิจารณาเติมไขมันเพิ่มเติม
- เย็บปิดแผล

2. เทคนิคผ่าตัดแบบ เปิดแผลด้านในเปลือกตา
- พลิกเปลือกตาด้านใน
- เข้าหากล้ามเนื้อตา และไปปรับการทำงานให้แข็งแรงขึ้น
- เย็บปิดแผลโดยใช้ไหมละลาย

3. เทคนิคผ่าตัดโดยใช้เนื้อเยื่อข้างเคียง (กรณีตาปรือมาก ๆ หรือเคยผ่าตัดมาหลายครั้ง)
- เปิดแผลจากด้านนอก ผ่านผิวหนังไปชั้นใต้ผิวหนัง
- หาเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เนื้อเยื่อชั้นลึก หรือ กล้ามเนื้อหน้าผาก
- เชื่อมต่อเนื้อเยื่อดังกล่าวกับโครงสร้างของเปลือกตา เพื่อช่วยเปิดตาแทนกล้ามเนื้อตา

ตารางเปรียบเทียบการผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างของแต่ละเทคนิคในการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกันมากขึ้น สามารถสรุปเป็นตารางดังต่อไปนี้
| ประเด็นเปรียบเทียบ | เปิดแผลด้านนอก | เปิดแผลด้านใน | เนื้อเยื่อข้างเคียง |
| ระยะเวลาผ่าตัด | 2 ชั่วโมง | 45 นาที | 2-3 ชั่วโมง |
| เทคนิคลดอาการเจ็บขณะผ่าตัด | ยาชาเฉพาะที่ |
ยาชาแบบหยอดตา ยาชาเฉพาะที่ |
ยาชาเฉพาะที่ |
| ระยะเวลาตัดไหม | 7 วัน | ไม่มี | 7 วัน |
| ระยะพักฟื้น (ช่วงบวม) | 3-5 วัน | 1-2 วัน | 5-7 วัน |
| ข้อควรทราบหลังผ่าตัด |
|
|
|
| เหมาะสำหรับ |
|
|
|
| ไม่เหมาะกับ |
|
|
|
ภาพรีวิว Before/After ผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

หากต้องการแก้ไขปัญหาตาที่เคยทำมา ไม่รู้จะไปแก้ตาที่ไหนดี สามารถเข้ามาปรึกษาโคอาคลินิก หรือส่งแบบฟอร์มให้คุณหมอประเมินได้เลย
รวมเรื่องต้องรู้ เกี่ยวกับโรค "กล้ามเนื้อตาอ่อนเเรง"
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (FAQs)
-
เทคนิคแผลด้านนอก สามารถรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ครอบคลุมเกือบทุกชนิด เทคนิคอื่น ๆ แนะนำปรึกษากับคุณหมออีกครั้ง
-
แตกต่างกัน โดยการทำตาสองชั้น เป็นการสร้างให้รอยพับของตาสองชั้นเห็นชัดขึ้น (หวังผลให้มีตาสองชั้น) ในขณะที่การผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หวังผลให้การลืมตาโตขึ้น (เห็นตาดำชัดขึ้น) แต่อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะมีการทำตาสองชั้นร่วมด้วยอยู่แล้ว
-
หลังผ่าตัดทันที อาจจะลืมตายาก และมีเคืองตาเล็กน้อย แนะนำให้ประคบเย็นและพักสายตามาก ๆ ควรงดใช้สายตาหนัก ๆ ประมาณ 2-3 วันแรก
-
สิ่งที่สำคัญมี 2 เรื่อง ได้แก่
- อาจต้องมีการบริหารกล้ามเนื้อตาหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 1-2 เดือนแรก โดยคุณหมอจะแนะนำอย่างละเอียดอีกครั้ง
- หลังผ่าตัด อาจมีอาการหลับตาไม่สนิทได้ชั่วคราว ซึ่งจำเป็นต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ ป้องกันภาวะตาแห้ง
-
อาการหลับตาไม่สนิท เกิดจากกล้ามเนื้อตาตึง ซึ่งอาการดังกล่าวจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังผ่าตัดประมาณ 1 – 2 เดือน
-
หลังผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง กล้ามเนื้อตาจะค่อย ๆ มีแรงมากขึ้น ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ และจะคงที่หลังทำประมาณ 4 เดือน
-
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน จนกว่าจะมีปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานแย่ลง เช่น อายุที่มากขึ้น, การเป็นภูมิแพ้เรื้อรัง, โรคบางชนิด เช่น ตากุ้งยิงที่เป็นซ้ำบ่อย ๆ, การใส่คอนแทคเลนส์ติดต่อกันนาน ๆ หรือพังผืดในบางคน อาจดึงรั้งให้กล้ามเนื้อตาเสื่อมลงได้
-
ระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อตา ทำงานค่อนข้างซับซ้อน การผ่าตัดแต่ละครั้ง คุณหมอต้องมีการปรับการลืมตาอย่างละเอียด จนมั่นใจว่าได้ระดับที่สวยและพอดี อย่างไรก็ตาม อาจมีบางปัจจัยที่ทำให้การลืมตามีความแตกต่างกันได้ ซึ่งทางคลินิกจะมีการนัดตรวจติดตามและดูแลตลอดระยะเวลา 1 ปี
-
ทางคลินิกมีการให้ยาคลายกังวลและยาชาเฉพาะที่ ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บในการผ่าตัด
บริการที่เกี่ยวข้อง
ทำตาสองชั้น